ธุรกิจต้องมาคู่กับจิตใจ

พอพูดถึงคำว่าธุรกิจ สิ่งแรกที่คุณนึกถึงก็คือ…. การทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้เงินเยอะๆ โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไร ใช่หรือเปล่าครับ? แน่นอนครับว่านั้นก็เป็นสิ่งที่ผมเองเคยมีความเชื่อแบบนั้นอยู่นานมากๆ

การจะทำธุรกิจต้องเริ่มต้นด้วยการคิดเงิน มองกำไรเป็นหลัก ทำอะไรก็ได้ให้ธุรกิจไปรอด ซึ่งก็คือการพยายามหาเงินให้ได้เยอะๆ….. จริงไหมครับ?

ผมพยายามหนีคำว่าธุรกิจมานานมากๆ เพราะมันขัดต่อความรู้สึกของผมมากๆ ผมเอง เริ่มต้นทำงานเทรนนิ่งเมื่อปี 2002 จากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิทำงานด้านการช่วยเหลือผู้หญิง และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ 

ผมได้แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ แบ่งปันแนวคิด และส่งมอบทักษะชีวิตที่สำคัญ เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีสติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรัก และมีความสุขที่จะทำมากๆ

แต่จากการทำงานในองค์กรแบบ NGO หรือ “กลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไร” ทำให้ผมมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงินว่า….. เราต้องมุ่งมั่นทุ่มเทโดยไม่จำเป็นต้องมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะงบที่ใช้ก็มาจากการขอรับการสนับสนุนจากผู้อื่นอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปหาเงินเอง

นี่คือความเชื่อที่ผมเลือกที่จะรับมาในช่วงหลายปีจากการทำงาน….
แต่วันนี้ผมได้รู้แล้วครับว่า…. ที่ผ่านมา ผมคิดผิดมาตลอด!!! 

เลือกมองผิดจุด

** ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนบทความเกริ่นถึงเรื่องนี้เอาไว้ใน Facebook Fanpage ของผม หากคุณยังไม่ได้อ่าน เข้าไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะครับ >> อ่านบทความ

เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องกันเลยครับ ที่ผมบอกว่าผมคิดผิดมาตลอด มันมีที่มาครับ สิ่งที่ทำให้ผมมีทัศนคติหรือความเชื่อเกี่ยวกับธุรกิจว่าเป็นเรื่องของเงินอย่างเดียวนั้น เป็นเพราะผม เลือกมองในมุมที่ผิดครับ!

ใช่ครับ ผมเลือกมองผิดมุมเอง…. ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมื่อผมดันไปเลือกมองว่าคนทำธุรกิจนั้น เขามองที่ตัวเงินเป็นหลัก ไม่คิดถึงคนอื่นเลย มีแต่การเอาเปรียบ แต่ที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นที่มองเลือกจะมอง มันไม่ใช่ธุรกิจครับ

จริงๆ แล้ว สิ่งที่ผมได้มองนั้น มันเป็นนิสัย ของคนที่ทำธุรกิจเหล่านั้นต่างหาก เมื่อคนๆ นั้นมีนิสัยของการเอาเปรียบผู้คน คิดถึงแต่เงิน ไม่คิดถึงคนอื่น พอมองเห็นเขาเอานิสัยเหล่านั้นมาใช้ในการทำธุรกิจ ผมก็เหมารวมไปว่า….. ธุรกิจเป็นเรื่องเลวร้ายไป

ทั้งๆ ที่จริงแล้ว มันเป็นนิสัยของคนล้วนๆ

แล้วธุรกิจ คืออะไร?

โอเคครับ เมื่อผมรู้แล้วว่า สิ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบคำว่าธุรกิจนั้น คือการที่ผมเลือกมองมุมที่ผิดไปนั้นเอง ผมจึงต้องปรับมุมมองของผมต่อคำว่าธุรกิจใหม่ทันที

ต้องบอกเอาไว้ก่อนนะครับว่านี้คือ นิยามของคำว่าธุรกิจแบบใหม่ของผม ไม่ใช่ตามพจนานุกรม หรือตามหลักการใดๆ

ธุรกิจคือ “สิ่งที่สะท้อนให้เห็นตัวตนของเรา ธุรกิจทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ได้ช่วยเหลือผู้คน และมีรายได้ไปพร้อมๆ กัน”

ลองคิดดูนะครับ เมื่อเราส่งมอบสิ่งที่มีคุณค่าให้กับผู้คน ได้มากกว่าเงินที่เราจะได้รับ นั้นจะทำให้ผู้ซื้อสินค้าก็ได้รับสิ่งดีๆ ตัวเราเองก็สามารถเติบโต และช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ไม่ดีเหรอครับ

ยัง งงๆ อยู่ไหมครับ?

นิยามของคำว่าธุรกิจของคุณคืออะไร จะตรงกับผมหรือไม่ นั้นยังไม่สำคัญเท่ากับว่า เมื่อคุณคิดว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นคุณคิดถึงอะไรมาเป็นอันดับแรก!!!

เมื่อจะเริ่มทำธุรกิจ นึกถึงเงินที่จะได้ก่อน หรือคุณคิดถึงสิ่งที่ผู้คนจะได้รับจากธุรกิจของคุณ เริ่มจากตรงนี้ครับ

นี่คือธุรกิจของผม

หลังจากที่ผมเคลียร์คัดชัดเจนเรียบร้อยแล้วว่า เป้าหมายในการทำธุรกิจของผม อันดับหนึ่งนั้น ไม่ใช่เป็นการมุ่งไปที่เงินจำนวนมากเท่านั้น เงินเป็นเพียงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อผมทำสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่านั้นได้สำเร็จ ซึ่งนั้นก็คือ การได้ช่วยเหลือผู้คนให้พวกเขามีความสุข ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีอิสรภาพในชีวิตอย่างแท้จริง

ภาพที่เห็นด้านล่างนี้ คือภาพที่ผมวาดออกมาจากใจ และสัมผัสได้ถึงแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในการทำธุรกิจของผมAmazing Life Academy Vision

ในองค์ประกอบใหญ่ของภาพนี้ คุณจะเห็นว่า เป็นภาพของคนที่ยืนอยู่กลางเวที และมีผู้คนมากมายกำลังปรบมือ ชื่นชมยินดีให้กับเขาใช่ไหมครับ? (เอาน่า ถ้ามองว่าไม่ใช่ ก็คิดว่าใช่นะครับ เพราะผมตั้งใจให้เป็นแบบนั้น 55+)

ผมจะบอกว่า คนที่อยู่ตรงกลางเวทีนั้น ไม่ใช่ผมนะครับ ในภาพนี้ ผมมองว่าตัวผมเอง คือคนที่ยืนปรมมือเชียร์อยู่ข้างๆ ต่างหาก ส่วนคนที่ยืนอยู่ตรงกลางนั้น คือคนที่ได้มาเข้าร่วมงานเทรนนิ่งของผม แล้วได้ค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายอย่างแท้จริงในชีวิตของเขา และเขาขึ้นมาประกาศถึงแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นกลางเวที และมีผู้คนมากมาย ปรบมือสนับสนุน เป็นกำลังใจ และพร้อมที่จะช่วยกันทำให้เป้าหมายของเพื่อนของเขาให้กลายเป็นความจริง

ผมเห็นภาพของครอบครัวที่อบอุ่น ที่มีแต่ความรัก และพร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน เห็นครอบครัวของคนดี มีความกตัญญู และมีจิตใจที่ดีอยากช่วยเหลือแบ่งปันสิ่งดีๆ ได้มีโอกาสมากขึ้นในสังคมและโลกใบนี้ เพื่อจะทำเรื่องดีๆ ให้เกิดขึ้น

ผมเห็นคนทั่วโลก กำลังได้เรียนรู้สิ่งดีๆ จากผมและเพื่อนๆ ในครอบครัว Amazing Life ซึ่งมีความคิด และหัวใจที่ยิ่งใหญ่ ผ่านทางระบบ Online และจากศูนย์เทรนนิ่งหลายสาขาทั่วโลก ซึ่งเราจะช่วยเหลือให้ผู้คนได้ใช้หลักมงคลชีวิต 38 ประการเป็นแกนหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป จนไปถึงอีสรภาพที่แท้จริงของชีวิต

ผมชัดเจนมากๆ ว่านี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากธุรกิจที่ผมเลือกที่จะลงมือทำ และไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะมาหยุดยั้งผมได้นอกจากตัวผมเอง ต่อจากนี้แม้คนอื่นจะมีความคิดอย่างไร มันไม่ได้สำคัญแล้ว เพราะผมรู้ดีว่าผมทำเพื่ออะไร และสิ่งที่ผมได้รับมันเกิดขึ้นจากสาเหตุใด

เริ่มต้นที่ความคิด

นี่คือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ที่ผมได้รับมาจากการปรับความคิด และความเชื่อเรื่องคำว่า ธุรกิจเสียใหม่ครับ

หากคุณมีปัญหา ติดอยู่เรื่องของการทำธุรกิจเหมือนกันกับที่ผมเคยเป็น วันนี้ไม่ต้องไปเริ่มต้นจากการหาวิธีการวางแผนธุรกิจครับ ให้เริ่มจากการปรับความคิด และความเชื่อเกี่ยวกับคำว่า “ธุรกิจ” เสียก่อน และก้าวต่อไป จะไม่ยากอย่างที่คิดครับ

ฝากเพื่อนๆ ทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ มาร่วมเป้นกำลังใจให้กับฝันอันยิ่งใหญ่ของผมด้วยนะครับ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนที่มีความฝันที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้โลกนี้ด้วยเช่นกัน Cheers!!!

About The Author

Kitti Trirat

Your Freedom, My Passion : ผมมีความฝันและแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพจากภายในใจ ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขา ได้เลือกใช้ชีวิตตาม PASSION ที่แท้จริงของพวกเขา

  • ๋JAY

    ใช่เลยครับ การแทนที่ไม่ถูก ผลก็ไม่ถูก ใช้ความเข้าใจจริงๆ