บทเรียนธุรกิจ จากหนังสือที่ไม่ได้พูดถึงธุรกิจเลย

ถ้าคุณอยากเรียนรู้เรื่องธุรกิจ คุณก็ต้องอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับธุรกิจใช่ไหมครับ?

แต่บทความนี้ ผมจะมาแชร์ไอเดียที่ผมได้เรียนรู้ในแง่ของการทำธุรกิจ การสื่อสาร การขาย ภาพลักษณ์ และการออกแบบมาฝากครับ

ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากหนังสือธรรมดาๆ เล่มหนึ่งที่คุณอาจคิดไม่ถึงครับ

ผมได้เรียนรู้อะไร?

อย่างแรกเลยครับ ในแง่ของธุรกิจ หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า

ในการทำธุรกิจนั้นมันไม่ใช่แค่การทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ขายได้เท่านั้น
แต่ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดและตอบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
เพื่อให้เขาพร้อมจะกลับมาเป็นกระบอกเสียงให้เรา

ถ้าสินค้าหรือบริการของเราดี มันจะเกิดแบบปากต่อปากเอง

ซึ่งทั้งหมดนั้นต้องเกิดขึ้นจากความใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ใช่ทำแค่ลวกๆ

ในแง่ของการสื่อสาร หนังสือเล่มนี้สอนให้ผมรู้ว่า

ความชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ทุกคำพูด ทุกข้อความของเรา
มันจะสร้างความคาดหวังในใจของลูกค้าเสมอ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

หากเราสื่อสารอะไรที่กว้างมากเกินไป อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย
เพราะบางครั้งเราไม่รู้ว่าคำพูดกว้างๆ ที่เราพูดออกไปนั้น มันส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร

ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจ ทั้งต่อเจ้าของธุรกิจ และลูกค้า

ยิ่งเราชัดเจนมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงสัมพันธ์ภาพที่ดี ของเราและลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น

ในแง่ของการขาย หนังสือเล่มนี้สอนให้ผมรู้ว่า

สินค้า หรือบริการทุกอย่าง ขายได้เสมอ ส่วนจะขายได้มาก หรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความชัดเจน

ในที่นี่ ผมคงต้องขอเอามาเชื่อมโยงกับเรื่องการสื่อสารด้วย
สินค้าบางประเภท ดีมากๆ แต่สื่อสารออกมาไม่ชัดเจน จึงทำให้ขายไม่ได้
บางครั้งกลับกลายเป็นว่าไปนำเสนอสินค้าได้ไม่ตรงกลุ่มอีกต่างหาก ยิ่งขายไม่ได้ใหญ่เลย

และกลยุทธ์ในการให้ลองมีประสบการณ์ในการใช้ก่อน ทรงพลังเสมอ
ถ้าเขาชอบเขาก็ซื้อต่อ และถ้าเขาไม่ชอบ เขาก็ได้มีประสบการณ์ดีๆ จากมัน

ในแง่ของภาพลักษณ์ และการออกแบบ หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า

ในการจะขายสินค้า หรือบริการ ภาพลักษณ์ หรือรูปแบบ ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ซื้ออย่างมาก

ถ้าจะขายใคร กลุ่มเป้าหมายคือคนแบบไหน ชาย หรือหญิง อายุเท่าไหร่ มีปัญหาอะไร
ให้การออกแบบให้ชัดเจน เจาะจง และเหมาะสมกับคนกลุ่มนั้น จะช่วยให้ขายง่ายขึ้นอีกเยอะเลย

ถ้าเราจะขายของให้ผู้หญิง แต่คิดว่าอยากจะขายให้ผู้ชายใช้ด้วย
เลยออกแบบมาให้มันดูแมนๆ นิดนึง เราอาจขายไม่ได้เลยก็เป็นได้

คราวๆ ครับ บทเรียนในแง่ธุรกิจ ที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเลย

แล้วหนังสือเล่มนี้ชื่อว่าอะไร?

ผมเชื่อว่ามาถึงตรงนี้ คุณคงสงสัยแล้วว่า เฮ้ย หนังสืออะไรมันมีเนื้อหาเหล่านี้ด้วย มาอ่านเฉลยกันเลยครับ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมซื้อมาแล้วรู้สึก “ผิดหวัง” มาก ดังนั้นผมจึงไม่ขอพูดชื่อหนังสือ
เพราะมันเป็นเพียงความผิดหวังของผม ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาในหนังสือไม่ดี

เรื่องก็คือผมไปเจอหนังสือเล่มนึงครับ ที่เกี่ยวข้องกับการ “ตั้งคำถามเพื่อค้นพบตัวตน”

และด้วยความที่ผมเอง ทำเทรนนิ่ง และโค้ชชิ่ง เพื่อมุ่งเน้นให้คนได้ค้นพบตัวเองอยู่แล้ว
ผมจึงมีความคิดขึ้นมาในใจทันที ที่ผมได้เห็นปกหนังสือเล่มนี้ว่ามันจะช่วยผมได้เยอะมากทีเดียว

หนังสือถูกห่อเอาไว้อย่างดี เขียนเอาไว้ว่า ทำถามจิตวิทยาที่จะทำให้คุณค้นพบตัวตนของคุณ
รูปเล่มดูเป็นทางการ สิ่งที่ผมเห็นปุ๊ป ผมเกิดความคาดหวังในใจทันทีว่า เฮ้ย!! เอามาใช้ได้แน่ๆ

พอซื้อมา ผมรีบแกะซองที่ห่อหุ้มเอาไว้อย่างเร็ว พอผมเปิดอ่านไปได้ 2 – 3 หน้า
ผมกลับพบว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ “มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเลย”

แล้วไอ้บทเรียนที่ว่ามันมาจากไหนล่ะ?

เนื้อหาข้างใน เป็นคำถามจิตวิทยาจริงๆ ครับ เขาไม่ได้เขียนหลอกแต่อย่างใด
แต่เป็นคำถามจิตวิทยา แนวๆ เดียวกับที่เราเคยเล่นกันในเวป คำถามทายใจประมาณนั้น

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรครับ ประเด็นคือ มันแค่ไม่ตรงกับความต้องการของผมเท่านั้นเอง

พอผมลองเอาแบบสอบถามมาทำดู ก็โอเคครับ สนุกสนาน เหมือนได้ทำแบบทดสอบประเมินตนเอง

หลังจากนั้นผมก็มานั่งทบทวนครับว่า ผมได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้บ้าง
ผมใช้เทคนิคที่ชื่อว่า Benefit Finding ซึ่งผมได้แบ่งปันใน Amazing Life Academy
เรื่อง สมองและการปรับกระบวนการคิด ในช่วงต้นเดือนกรกฏาคม 2557 ที่ผ่านมา

เทคนิคนี้ คือการที่ให้เราลองระบุถึง ประโยชน์ หรือคุณค่าที่เราได้รับ จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

แทนที่ผมจะเซงว่า ผมไม่ได้หนังสือตามที่ผมคาดหวังเอาไว้
ผมมานั่งทบทวนและค้นหาประโยชน์ที่ผมได้รับ ซึ่งก็ได้สรุปมาเป็นข้อๆ สั้นๆ ง่ายๆ ตามบทความข้างต้น

หาประโยชน์ที่ได้จากทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แน่นอนครับ คุณก็สามารถที่จะหาบทเรียนดีๆ แบบนี้ได้จากทุกๆ ประสบการณ์ชีวิตคุณเช่นกัน

เพียงคุณลองตั้งสติ และตั้งคำถามกับตัวเองครับ ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเป็นอะไรก็ตาม
ลองถามว่าคุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง? มันมีประโยชน์กับคุณอย่างไร? คุณเห็นมุมมองใหม่ๆ อะไรบ้าง?

ฝึกมองแบบนี้บ่อยๆ นะครับ ยิ่งคุณฝึกฝนจนเก่งมากขึ้นเท่าไหร่

คุณจะได้รับประโยชน์มหาศาล และเติบโตได้อย่างรวดเร็วจากทุกๆ ประสบการณ์เลยครับ

About The Author

Kitti Trirat

Your Freedom, My Passion : ผมมีความฝันและแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพจากภายในใจ ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขา ได้เลือกใช้ชีวิตตาม PASSION ที่แท้จริงของพวกเขา

  • ดีมากเลยครับ