ของขวัญพิเศษจากสังคม…. ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล!!!

ของขวัญชิ้นพิเศษ…. ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผม!!!

เมื่อวันก่อนผมไปเล่าเรื่อง “ของขวัญ” ให้น้องๆ ม.วลัยลักษณ์ฟัง

DSC_1794
และผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนด้วย

จึงอยากจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้อ่านผ่านเวปไซด์อีกสักรอบ!

เรื่องมีอยู่ว่า……

ในอดีต… ผมเป็นเด็กกิจกรรมตัวพ่อของโรงเรียน
พอจบมาผมก็ได้ทำงานอาสาสมัครกับมูลนิธิรักษ์ไทย
และไม่นานผมก็ก้าวสู่การเป็น.. วิทยากรกระบวนการ!!

ในวัยเพียง 20 ผมเป็นวิทยากรที่บรรยายให้กับคนมากมาย
ทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน นักเรียน นักศึกษา
แม้กระทั่ง….เป็นวิทยากรให้หน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกา

167719_190860880931776_4862519_n

ผมเป็นวิทยากรคนไทย ที่ชาวต่างชาติที่ทำงานทักษะชีวิต
ต้องรอฟังสิ่งที่ผมบอกว่า ควรจะพูด และทำกิจกรรมแบบไหน

ในตอนนั้นผมโคตรจะมั่นใจ ในศักยภาพตัวเองเลย

ผมเชื่อมั่นว่า… ด้วยศักยภาพแบบนี้.. เมื่อผมเรียนจบ
ผมจะต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
ผมจะต้องมีรายได้มากพอ ที่จะเลี้ยงดูคนที่ผมรักให้สุขสบาย
ผมจะต้องเป็นคนที่มีความสุขมากๆ อย่างแน่นอน

หลังจากทำงานได้ 3 ปีเศษๆ ผมตัดสินใจลาออกจากงานประจำ
เพื่อไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงให้จบเพื่อจะได้มีวุฒิปริญญาตรี

ผมเริ่มต้นเรียนใหม่อีกครั้ง… และสามารถจบรามคำแหงได้ในเวลา 2 ปีครึ่ง!!
และก่อนจะเริ่มต้นใช้ชีวิตการทำงาน.. ผมก็ยังไปบวชเพื่อศึกษาธรรมะ อีก 1 พรรษา

ชีวิตของผมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ขึ้น ขึ้น ขึ้น.. และขึ้นๆๆๆๆๆ

ของขวัญในวันเริ่มต้นทำงาน

และเพื่อเป็นการต้อนรับ… ชีวิตที่ยอดเยี่ยมในตอนนั้น
ผมได้รับของขวัญล้ำค่าชิ้นหนึ่ง… ซึ่งของขวัญชิ้นนั้นก็คือ…

เสียงจากสังคมที่บอกผมว่า….

“ความสามารถของคุณยังไม่เป็นที่ต้องการของเรา!!!”

หลังจากเรียนจบ ผมยื่นใบสมัครงานมากมายหลายที่
แต่ไม่มีที่ไหน… เลือกรับผมเข้าทำงานแม้แต่ที่เดียว

จากที่เคยคิดว่าจะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้หลังเรียนจบ….
ผมกลับยังต้องมาให้พ่อแม่ดูแลต่อแม้จะอายุถึง 24 ปีแล้ว!

จากที่เคยคิดว่าจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่…
ผมกลับมีชีวิตที่จืดชืดไร้ชีวิตชีวา.. ไม่กล้าทำสิ่งที่ตัวเองรัก!

การตัดสินใจ!!

แม้ในตอนนั้น ชีวิตของผมเหมือนจะยิ่งดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

ผมมองไม่เห็นเส้นทางของความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย
ผมมองไม่เห็นว่าจะมีทางไหนบ้างที่จะทำให้ผมประสบความสำเร็จได้

ผมลองเข้าไปสัมผัสการทำงานอิสระหลายๆ อย่าง
ทั้งประกัน ทั้งธุรกิจออนไลน์ ทั้งธุรกิจเครือข่าย ฯลฯ

และพอไม่มีรายได้หนักเข้าๆ ผมก็ต้องเลือกที่จะเดินไป
ของานเพื่อนที่รู้จักกันทำเพื่อเลี้ยงตัวเองให้รอด!!

ในช่วงนั้นผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า….. ถ้าสังคมบอกว่า…
“ความสามารถที่เรามี มันไม่ตรงกับความต้องการของเขา”

แล้วมันจะเป็นไปได้ไหม… “ที่จะมีสังคมที่คนแต่ละคน
ได้ใช้ศักยภาพ และความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่
พร้อมๆ กับสามารถมีรายได้ที่มั่งคั่ง เพื่อจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้?”

และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเหล่านั้น มันทำให้ผมค้นพบว่า…

ผมมีแรงบันดาลใจ ที่จะลุกขึ้นมา… สร้างชุมชนของคนดี
ชุมชนที่จะมีคนที่มีความสามารถ และได้นำเอาจุดแข็งของตัวเอง
นำมาช่วยเหลือ และสนับสนุนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในชุมชนเดียวกัน
และพร้อมกันนั้น ทุกคนก็ต้องสามารถมีรายได้ที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมๆ กันด้วย

ผมตัดสินใจว่า…. ถ้าผม หาสังคมแบบนั้นไม่ได้….

“ผมก็จะสร้างมันขึ้นมาเองซะเลย!”

เติบโตอีกครั้ง

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหนึ่งของผมก็คือ…
การที่ผมได้เข้าไปร่วมงานสัมมนาที่ชื่อว่า…

“ปลุกยักษ์” โดย โค้ชสิริลักษณ์ ตันสิริ

TTTWG

วันนั้นไฟในตัวผมลุกโชนอีกครั้ง… ความฝันของผมกลับมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น

และหลังจากนั้น ผมพยายาม… หาความรู้ และฝึกฝนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผมเริ่มดู VDO ของกูรูความสำเร็จระดับโลกจากโปรแกรมการเรียนออนไลน์ต่างๆ
ผมเริ่มดู และฟังตั้งแต่ไม่รู้เรื่องเลย… นั่งดูไป ก็เอ๋อแดกไป…. จนสามารถฟังรู้เรื่องได้

ผมอยู่จันทบุรี แต่พาตัวเองมาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่กรุงเทพเกือบทุกอาทิตย์ (อย่างน้อยๆ ต้อง 2 ครั้ง)
ผมใช้เงินไปกับการอบรมสัมมนาเยอะมากๆ แต่ละเดือนมากกว่าค่าข้าวผม 3 เดือนรวมกันก็น่าจะได้

ผมทำอยู่แบบนี้มาโดนตลอด จนกระทั่งชีวิตตัวเองเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด

ผมเปิดงานเทรนนิ่งของตัวเองเป็นครั้งแรก ชื่อว่า Amazing Life Intensive

ALT

ผมได้มีโอกาส ขึ้นพูดบนเวทีเดียวกับโค้ชสร้างแรงบันดาลใจอันดับ 1 ของประเทศไทย
ในการจัดกิจกรรม Miracle of Heart เพื่อหารายได้ ช่วยเหลือพี่ในชมรมคนคิดบวก++

TTTMM

และหลังจากนั้นก็ยังมีเรื่องดีๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้น เช่น

  • จัดงานเทรนนิ่งของตัวเองมากกว่า 10 รุ่น
  • เรียนรู้ และเป็นโค้ช ที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล
  • ทำคอร์สออนไลน์ แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคนทั่วโลก
  • มีโอกาสร่วมกิจกรรม กับคนที่ชื่นชอบมากมาย
  • และที่สำคัญ… ผมได้เริ่มสร้างชุมชนที่ผมฝันเอาไว้ด้วยมือของผมแล้ว

ALD1 - 02

 

DSC_1744

แม้ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงวางรากฐานเพื่อการเติบโต

แต่ความฝันของผมก็ชัดเจนว่า….

ในปี 2563 ผมจะสร้างชุมชนแห่งนี้ ให้มีสมาชิกทั้งสิ้น 10,000 คน

ที่สำคัญตอนนี้ผมโคตรสนุกกับทุกๆ จังหวะชีวิตที่ผมกำลังเดินไปถึงเป้าหมายนี้เลย
และแน่นอนผมก็ได้เห็นเพื่อนๆ อีกมากมายที่เติบโตไปพร้อมๆ กับผมด้วย

บทเรียนของขวัญแสนวิเศษ

ผมเชื่อว่า…. หากผมไม่ได้รับของขวัญชิ้นพิเศษจากสังคมในวันนั้น
ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้… ชีวิตของผมจะเติบโตไปในทิศทางไหนกันแน่

ดังนั้นถ้าจะมองย้อนกลับไปในชีวิตตอนนั้น..
ผมคงได้แต่พูดว่า.. ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ จริงๆ ที่ทำให้ผมมีวันนี้

และถ้าจะให้ผมสรุปบทเรียนที่ผมได้จากการได้รับของขวัญในวันนั้น

ผมคงสรุปได้ว่า….

“จงมีหัวใจที่เข้มแข็ง และมุ่งมั่นตั้งใจ
เมื่อภายในใจของเรามันอุดมสมบูรณ์เมื่อไหร่

ต่อให้ผู้คนหรือสังคมภายนอกจะบอก และตัดสินว่าเราเป็นอย่างไร
มันก็จะไม่สามารถมีอิทธิพลต่อหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของเราได้เลย

และเมื่อเป็นเช่นนั้น… ก็มีเพียงความสำเร็จเท่านั้นแหละ… ที่รอเราอยู่”

หวังว่าบทความนี้จะสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ
ให้คุณได้ออกไปเดินตามความฝันที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองกันนะครับ

 

About The Author

Kitti Trirat

Your Freedom, My Passion : ผมมีความฝันและแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพจากภายในใจ ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขา ได้เลือกใช้ชีวิตตาม PASSION ที่แท้จริงของพวกเขา