รีวิว หนังสือ ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อยให้ได้มาก

ตามสัญญานะครับ กับการรีวิวหนังสือดีๆ จากสำนักพิมพ์ We Learn

ต้องบอกก่อนเลยครับว่าสำหรับหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ชื่อของหนังสือ “กระแทกใจผมมากๆ”
ชนิดที่ว่าพอเห็นชื่อหนังสือปุ๊ป ผมควักเงินจ่ายเพื่อให้ได้มาครอบครองเลยทีเดียว

ส่วนมันกระแทกใจยังไง เดี๋ยวมาลองอ่านรีวิวนี้ดูกันครับ 

ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อยให้ได้มาก

“รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่คุณเก็บไว้… อาจทำให้คุณพลาดสิ่งดีๆ ไปเป็นร้อย”

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า…
“เมื่อเราทิ้งเรื่องแย่ๆ ไป ก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอสิ่งดีๆ มากขึ้น” นะครับ

แต่สำหรับผมหนังสือเล่มนี้กำลังบอกว่า…. การทิ้งสิ่งที่คุณคิดว่ามันมีค่า
หรือสิ่งที่ตอนนี้คุณกำลังคิดว่ามันโคตรดีเลยบางอย่างต่างหากล่ะ
ที่จะเป็นเหมือนกุญแจเปิดประตูไปสู่โอกาสใหม่ๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ชนิดที่ว่า อ่านไปแล้วก็เตรียม “ทิ้งสามัญสำนึก” บางอย่างทิ้งไปเลยทีเดียว

ตอนผมอ่านไปบางบท ก็มีเรื่องบางเรื่องที่ดูขัดๆ ความรู้สึก (ความเชื่อเดิม) ในตอนแรก
แต่หลังจากที่ได้อ่านจนจบแล้ว และได้มีประสบการณ์การทิ้งจริงๆ จึงได้เข้าใจ

ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของการอ่านหนังสือเล่มนี้

ผมแนะนำให้คุณลอง “ทิ้ง” บางอย่างตามที่หนังสือแนะนำจริงๆ ครับ
เพื่อมีประสบการณ์มือหนึ่งของตัวคุณเองกับการ “ทิ้งน้อยให้ได้มาก”

การทิ้ง 4 ด้าน

หนังสือเล่มนี้ถูกแบบออกเป็น 4 บทใหญ่ๆ ว่าด้วยการทิ้ง 4 เรื่องด้วยกัน ได้แก่…

  1. โยนสามัญสำนึกเดิมๆ ที่มีต่อเวลาลงถังขยะไปซะ
  2. โยนสามัญสำนึกเดิมๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินลงถังขยะไปซะ
  3. โยนสามัญสำนึกด้านการมองคนลงถังขยะไปซะ
  4. ตัดสินใจอย่างอาจหาญในการทิ้งสามัญสำนึก

บอกได้เลยครับว่าเนื้อหาบางเรื่องมันก็ช่างขัดกับ “สามัญสำนึก” ของผมจริงๆ เวลาที่อ่าน เช่น….

ในบทที่ว่าด้วยการทิ้งสามัญสำนึกเรื่องเวลา… หนังสือได้บอกว่า…
“เลิกทำงานล่วงเวลา แล้วเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น”

ลองเอาประโยคนี้ไปพูดกับเจ้านายดูสิครับ…. หึหึ…. สนุกแน่ๆ

แต่เมื่อได้อ่านในรายละเอียดก็พบว่า การเลิกทำงานล่วงเวลา
หมายถึงการค้นหาวิธีการที่จะทำให้เรา “ทำงานให้เสร็จ ในเวลาที่น้อยลง” ต่างหาก

แทนที่จะใช้สามัญสำนึกเดิมๆ ในการทำงานหรือธุรกิจว่า….
“ถ้ามีเวลาเยอะขึ้นกว่านี้ก็คงจะดี” “ถ้า 1 วันมีสัก 50 ชม. ก็คงดี”

ทิ้งความเชื่อเก่าๆ นั้นไป และเริ่มต้นตั้งคำถามกับตัวเองว่า….
“ฉันจะทำอย่างไร เพื่อให้งานทั้งสัปดาห์สำเร็จเรียบร้อย ในเวลา 3 วัน?”

หลังจากนั้นให้เอาเวลาที่เหลืออีก 4 วัน มาพักผ่อน ให้ชุ่มปอด
ให้เวลา ให้พลังงาน และให้พื้นที่สมองในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ บ้าง

และยังมีหัวข้อที่น่าสนใจอีกมากมายครับ เช่น…

  • อย่าทำสิ่งที่ตัวเองทำได้
  • ทิ้งลูกค้าให้เป็น แล้วยอดขายจะเพิ่มขึ้น
  • มองข้ามลูกค้ารายใหญ่ไปบ้าง
  • สร้างหนี้บ้าง แล้วกำไรจะตามมา
  • แม้จะขายบ้านไปซื้อไวน์ ชีวิตก็ไม่พัง
  • ยิ่งทิ้งได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเปลี่ยนแปลงได้มากเท่านั้น
  • เลือกแฟนหนุ่มจาก “คนที่มีแฟนอยู่แล้ว”
  • พิจารณาให้ช้า ตัดสินใจให้ฉับไว
  • กล้าทิ้งเงินสี่พันล้านที่อยู่ตรงหน้า เพื่อเงินหมื่นล้านในสามปีให้หลัง
  • อย่าเลือก “ชุดสูทที่ดูเข้ากับตัวเอง”
  • พยายามทำให้เงินเดือนตัวเองลดลง
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดนี้อ่านง่ายๆ สั้นๆ และสนุก ได้แง่คิดทุกเรื่องครับ คุ้มสุดๆ

ประสบการณ์มือหนึ่งของผม

เอาละครับ ถ้าแค่อ่านแล้วเอามาเล่า มันก็ดูธรรมดาๆ ใช่ไหมครับ

ผมขออนุญาตเล่าถึงประสบการณ์มือหนึ่งของผมเองที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้
ทั้งก่อน และหลัง ที่จะซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพื่อเป็นตัวอย่างประกอบนะครับ

ประสบการณ์ที่ 1 ทิ้งแฟนเพจที่มีคนติดตามหมื่นกว่าคน เพื่อมาเริ่มต้นใหม่จาก 0

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางๆ เดือนมีนาคม 2558 ผมตัดสินใจ “ทิ้ง” เพจเดิมของผมชื่อ Coach Kitti
เป็นเพจที่ผมสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554  ซึ่งมีคนที่มากดถูกใจมากกว่า 14,000 ไปแล้ว

ทิ้งน้อย 01

 

และมาเริ่มต้นสร้างเพจใหม่ที่ชื่อว่า K-Effect

ทิ้งน้อย 02

 

ซึ่งก็มีหลายๆ คนเข้ามาถามผมว่า…. ทำไมต้องเปลี่ยนล่ะ?

ในเมื่อทุกวันนี้ คำว่าโค้ชกำลังมาแรง ใครๆ ก็อยากเพิ่มคำว่าโค้ชหน้าชื่อทั้งนั้น
และทั้งๆ ที่คุณกิตติก็ไปเรียน และจบหลักสูตรการเป็นโค้ชจากสถาบันการโค้ชไทยมาแล้ว
ได้เรียนรู้เรื่องการโค้ชตามหลักมาตรฐายสากลมาแล้ว สามารถเป็นโค้ชที่ได้รับการรับรองแล้วแท้ๆ

ทำไมต้องทิ้ง… คำว่า “โค้ช” และมาเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ใหม่ด้วยล่ะ?

คำตอบของผม… ง่ายๆ ครับ…

ใช่ครับ คำว่าโค้ชอาจมีค่ามากๆ และกำลังมาแรงในยุคนี้ และต่อจากนี้
แต่หลังจากที่ผมได้ทดลองใช้ชีวิตตามเส้นทางของคำว่าโค้ชมาสักระยะ

ผมพบว่า…. มันไม่ได้ทำให้ผม เป็นตัวผมอย่างแท้จริงได้

ผมรู้สึกอึดอัดทุกครั้ง ที่มีคนมาเรียกผมว่าโค้ช และคอยเอาอกเอาใจ
ผมรู้สึกไม่เป็นตัวเอง เมื่อใครๆ เดินเข้ามาคุยกับผม และต้องคอยเกรงใจ เพราะผมเป็นโค้ช

ผมจึงเลือกที่จะทิ้ง…. คำว่าโค้ช และมาเริ่มต้นที่จะเป็น “กัลยาณมิตร” ของผู้คนแทน

ซึ่งหลังจากที่ผมเปลี่ยนเพจใหม่…. เชื่อไหมครับ?
มีคนเข้ามาคุยกับผมเยอะขึ้น ทั้งทาง Inbox และทั้งการพบเจอกันจริงๆ
ผมรู้สึกได้เลยว่าชีวิตมันถูกเติมเต็มจริงๆ เพราะผมเลือกเดินเส้นทางนี้

เพื่อที่จะช่วยเหลือคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเท่ห์ๆ ที่เอาไว้ให้คนอื่นชื่นชม

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ชื่อหนังสือ “ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อยให้ได้มาก” มันกระแทกใจผม
เพราะผมพึ่งจะมีประสบการณ์การ “ทิ้ง” กับตัวเอง และเริ่มได้รับมากขึ้นมาแล้ว ยังไงล่ะครับ

ประสบการณ์ที่ 2 ทิ้งความสบายของตัวเอง

ผมเป็นคนต่างจังหวัดครับ และไม่ชอบมากๆ เลยกับชีวิตที่แออัดในเมืองกรุง

แต่ผมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่มากๆ ครับ และมันก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า….

“ในปี 2563 ผมช่วยสนับสนุนให้คนดี 10,000 คน
พัฒนาตัวเองให้มี Amazing Life ซึ่งทำให้เขาได้เป็นคนดี ที่มั่งมี และมั่งคั่ง!!”

ผมจึงตัดสินใจ “ทิ้งความสบาย” ของตัวเอง โดยการย้ายตัวเองเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ
เผชิญหน้ากับความไม่สบายกาย สบายใจ ในการที่จะอยู่ในพื้นที่เล็กๆ คนเยอะๆ ของผม

เพื่อที่จะทำให้ผม ได้สามารถมี “โอกาส” ในการเข้าถึง คนดีๆ ที่กำลังอยู่ในโลกของความขาดแคลนให้มากขึ้น
โดยหวังว่า… ผมจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือให้สังคมของเรา ดีขึ้นกว่าเดิม

ประสบการณ์ตรงที่ผมได้รับจากสิ่งนี้ก็คือ…… แม้ตอนที่คิดว่าจะย้ายครั้งแรกจะอึดอัดและกังวล
แต่พอตัดสินใจจริงๆ แล้วผมกลับพบว่า… มันสนุก และมีเรื่องดีๆ รอผมอยู่อีกมากมายเลยทีเดียว

“ทิ้งความสบายเล็กน้อยในวันนี้ เพื่อที่จะสร้างสังคมดีๆ และคนดีๆ ให้มีมากยิ่งขึ้น”

และนี่คือ 2 ประสบการณ์สำคัญๆ ที่ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคำว่า “ทิ้ง 1 ให้ได้ 100 ทิ้งน้อยให้ได้มาก”
ในระดับที่เรียกว่า… “เข้าใจ” จากการลงมือทำจริงๆ ไม่ใช่แค่ “รับรู้” จากการอ่านเฉยๆ เท่านั้นครับ

บทสรุปจากการอ่าน และประสบการณ์จริง

  • การทิ้งเรื่องดีๆ บางเรื่อง อาจทำให้เราได้เจอกับเรื่องที่ดีกว่า
  • การทิ้งเรื่องเล็กๆ ทำให้เรามีพื้นที่ในการตกผลึกเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตได้ง่ายขึ้น
  • เราไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้คนทุกคนชอบ ทิ้งการได้รับความนิยมไปบ้าง ชีวิตจะง่ายขึ้น
  • การเริ่มต้นสิ่งใหม่ไม่ได้แย่นะ เพราะเราจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ด้วยประสบการณ์ที่เก๋าเกมส์กว่าเดิม
  • จงให้ความสำคัญกับแก่นของประสบการณ์ที่ได้ ให้มากกว่าการยึดติดกับเปลือกนอก
  • ลองขาดทุนทางการเงินดูบ้าง เพราะมันจะสร้างกำไรทางความคิดที่เงินเป็นล้านๆ ก็ซื้อหาไม่ได้
  • พิจารณาที่คุณภาพของสิ่งที่ทำ มากกว่าปริมาณ
  • อย่าทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพียงคนเดียว… มันเสียเวลา
  • หากต้องการเติบโตอย่างสง่างาม ก็ทิ้งคำสบประมาทที่อยู่เบื้องหลังไปซะ
  • ลดอัตตาของตัวเองลง เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นสะท้อนสิ่งที่ใช่มากกว่าเดิมให้เรา
  • และยังมีบทเรียนอีกเยอะแน่นอนครับที่คุณจะได้ค้นพบ… ลองอ่าน แล้วสร้างประสบการณ์มือหนึ่งด้วยตัวเองดูนะครับ

ถ้าใครอ่านแล้ว ได้บทเรียนอะไร ก็นำมาแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ

About The Author

Kitti Trirat

Your Freedom, My Passion : ผมมีความฝันและแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพจากภายในใจ ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขา ได้เลือกใช้ชีวิตตาม PASSION ที่แท้จริงของพวกเขา