สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากงานเทรนนิ่ง A Wonderful Life

แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้จากงาน A Wonderful Life ของ อ.วันชัย

“Life is Experience, Life isn’t Thinking”

ชีวิตคือการประทับประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่มานั่งคิดเฟ้อฝันไปวันๆ เท่านั้น

ในคอร์สนี้ อ.วันชัย สอนให้ทุกคนเป็น The Magician หรือ ผู้วิเศษ ที่สามารถเสกชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมให้กับตัวเองได้
โดยอาศัย The Law of Effect and Cause กฎแห่งผลและเหตุ ซึ่งมาช่วยเติมเต็ม กฎแห่งเหตุและผล

สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หากพูดถึงกฎแห่งเหตุและผล ก็จะหมายถึง เราทำอย่างไร เราก็จะได้ผลอย่างนั้น
ส่วนกฎแห่งผลและเหตุก็คือ ตัวเราเป็นคนที่มีสภาวะจิตแบบไหน เราก็จะสร้างเหตุแบบนั้น

ถ้าสภาวะจิตของเราไม่ดี มันก็จะมีแต่สิ่งแย่ๆ ที่ถูกดึงดูดเข้ามาให้เราทำ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แย่ๆ ในที่สุด

ดังนั้นหากเราต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น มีชีวิตที่ยอดเยี่ยม และแสนวิเศษ
เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการหมั่นฝึกสภาวะจิตของเราให้ดีอยู่ตลอดเวลา

อย่างแรก เราต้องฝึกใจของเรา ให้ FOCUS ถึงแต่สิ่งที่เราต้องการ มากกว่าจะไปให้ความสนใจกับสิ่งที่ไม่ต้องการ

FAKE หรือเปล่า?

หลายๆ คนก็มักจะบอกว่า การจะโฟกัสถึงสิ่งที่ต้องการ
การที่จะเอาแต่พูดและบอกกับตัวเองว่า “ชีวิตกำลังดีขึ้น” “ชีวิตฉันมีความสุข”
การบอกกับตัวเองแบบนี้ทั้งๆ ที่ยังแย่อยู่…… มันเป็นการ Fake หรือเปล่า?

คำตอบคือ…. ถ้าคุณ Fake แบบเต็ม 100% : Fake Become Real!!!
หมายถึงว่า ถ้าตอนนี้คุณไม่มีความสุข แต่คุณบอกกับตัวเองว่ามีความสุขได้ 100% จริงๆ
หัวเราะแบบ 100% ยิ้มแบบ 100% ทำอะไรให้สุดเหวี่ยงแบบ 100% คุณก็จะมีความสุขได้จริงเอง

ดังนั้น Fake หรือ ไม่ Fake มันวัดกันที่ว่า คุณใส่พลังกับสิ่งที่คุณพูดถึงแค่ไหน? เต็ม 100% หรือ ทำเล่นๆ

คุณภาพชีวิตคือคุณภาพของประสบการณ์ชีวิต‬

สิ่งที่สำคัญมากกว่าคุณกำลังทำอะไร ก็คือ คุณทำสิ่งนั้นอย่างไรต่างหาก!!

เช่น มันไม่สำคัญว่าวันนี้คุณกำลังกินข้าวกับอะไร แต่สิ่งที่สำคัญคือ คุณกินข้าวแบบไหน?
คุณกินแบบเร่งด่วน รีบร้อน หรือคุณกินอาหารแบบละเมียดละมัย บรรจงกัดทุกคำข้าว

ไม่สำคัญว่าคุณมีรถยี่ห้อไหน แต่มันสำคัญว่าคุณมีประสบการณ์กับรถคันนั้นอย่างไร

ทำอะไรให้ทำให้เต็มที่ เพราะการทำให้เต็มที่ จะทำให้มันศักดิ์สิทธิ์
ถ้าทำแบบครึ่งๆ กลางๆ แม้เรื่องง่ายๆ ก็ไม่มีวันสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้

ดังนั้นจงมีประสบการณ์ที่ดี กับทุกๆ จังหวะของชีวิต เพื่อจะสร้างผลลัพธ์ในชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

สัมผัสความรู้สึกให้มากขึ้น

10150658_703358986440154_5372976497205755454_n

จงสัมผัสความรู้สึกของตัวเองให้มากขึ้น‬ รักให้มากขึ้น มีความสุขให้มากขึ้น และเชื่อมต่อกับผู้คน และสรรพสิ่งให้มากขึ้น และความสุขที่เต็มเปี่ยมในใจคุณ จะแผ่กระจายไปถึงคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องพยายามไปทำให้มันเกิดขึ้น

เคารพคุณค่าของตนเอง

จงเคารพคุณค่าในตัวเอง‬ เพราะการลงมือทำในสิ่งที่มีคุณค่าของตัวเองนั้น จะทำให้คุณถูก “เติมเต็ม”
หากจะตั้งเป้าหมาย ก็ต้องตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิตของเรา ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายตามๆ กัน

สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เป้าหมาย!

เบื้องหลังการกระทำทุกๆ‬ อย่างของมนุษย์ ล้วนมีความต้องการที่อยู่เบื้องหลัง
และความต้องการนั้นก็คือ…. “ความต้องการทางอารมณ์”

หากเราสามารถตระหนักรู้ได้ว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆ นั้น มี “แก่นแท้” หรือความต้องการทางอารมณ์ คืออะไร
นั้นก็จะช่วยให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ต้องลึกซึ้ง

จงเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง‬ การเข้าใจจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเจาะลงลึกลงไปในใจของเรา การฟังเพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้เราเข้าใจได้อย่างแท้จริง แต่เราจะเข้าใจก็ต่อเมื่อ เราได้สร้างประสบการณ์นั้นๆ ด้วยตัวเองแล้ว

การเจริญภาวนา‬ เคยสงสัยไหมว่า… เรา หลับตาเพื่ออะไร?

ในขณะที่เรานั่งเจริญภาวนานั้น แม้เราหลับตา แต่เรากลับมองเห็นได้มากกว่าตอนที่ลืมตาเสียอีก
เรามองเห็นเรื่องราวมากมายเต็มไปหมด และบ่อยครั้งเราก็ปล่อยใจให้เกาะเกี่ยวไปกับเรื่องเหล่านั้น

ในการเจริญภาวนา เราจะต้องมองเรื่องที่เกิดขึ้นในความคิดแบบ Passive Watching
คือสักแต่ว่ามอง มองแค่รู้ แล้วปล่อยผ่านไป… และเมื่อมองเรื่อยๆ มันจะมีช่วงที่สงบ และนิ่งเอง

หัวเราะให้ทุกสิ่ง และทิ้งความรู้สึกแย่ๆ ซะ

จงหัวเราะให้กับทุกสิ่ง‬ และการหัวเราะจะช่วยให้เรา เข้าถึงสภาวะแห่งความสุขได้ Laugh for NO REASON at ALL!

ปลดปล่อยความรู้สึกแย่ๆ‬

ความรู้สึกที่ถูกเก็บกด บีบคั้น อดกลั้นเอาไว้
มันก็เหมือนกับการสะสมก้อนลาวาในภูเขาไฟ
หรือก็คือ… การเก็บกดเพื่อรอวันประทุเท่านั้น

วันใดที่หมดความอดทน อดกลั้น วันใดที่เก็บไม่ไหวแล้ว วันนั้นอาจเกิดโศกนาฏกรรมก็ได้
ดังนั้นเราควรที่จะรู้จักการปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกลบๆ ออกมาเสียบ้าง

ความโกรธ อาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป

อ.วันชัยเล่าให้ฟังถึง กรณีที่มีคนโทรมาหา และบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ถึง 4 คนด้วยกัน
ซึ่ง อ.วันชัย จะให้คนเหล่านั้น ไประบายความโกรธแบบเต็มเหนี่ยว สุดเหวี่ยง 100% ก่อน
หลังจากผ่านไป 20 นาที ค่อยมาคุยกันใหม่ ซึ่งปรากฏว่า ทั้ง 4 ราย ไม่มีใครฆ่าตัวตายจริงๆ เลย

สาเหตุก็เพราะว่า การให้ระบายความโกรธ เป็นการดึงสภาวะของใจ
จากสภาวะ “หดหู่” ซึ่งต่ำสุดๆ แล้ว จนอยากฆ่าตัวตาย
ให้ขึ้นมาสูงถึงสภาวะของความโกรธ ที่สูงกว่าความหดหู่จนอยากฆ่าตัวตายมากมายนัก

ดังนั้น อารมณ์ที่เราเคยถูกสอนให้เก็บกด ให้บีบคั้นเอาไว้
หากเราจัดการมันให้ดี และเวลาที่โกรธให้ระบายออกมาแบบ 100% ซะบ้าง
มันจะช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ โดยไม่ต้องเก็บความคิดลบๆ นั้นเอาไว้ในใจ

เพราะยิ่งคุณยับยั้งอะไรมากๆ…. คุณก็ยิ่งโฟกัสถึงมันบ่อยๆ จริงไหม?

‪#‎คราวๆ‬ นะครับ หลักๆ ที่ได้ ไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นประสบการณ์ในการสร้าง สภาวะ ซึ่งต้องทำด้วยตัวเองครับผม

หวังว่า บทสรุปที่ผมนำมาแบ่งปันนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ติดตาม Blog ของผมทุกคนนะครับ แล้วโอกาสหน้า ผมจะนำบทเรียนดีๆ ที่ผมได้รับจากการเรียนรู้มาฝากอีกครับ

About The Author

Kitti Trirat

Your Freedom, My Passion : ผมมีความฝันและแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพจากภายในใจ ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขา ได้เลือกใช้ชีวิตตาม PASSION ที่แท้จริงของพวกเขา