อยากทำงานที่รัก ใช่ไหม?…. เชิญทางนี้!!

ผมว่านี่คือ “วลีเด็ด” ประจำยุคนี้เลยนะครับ

ใครๆ ก็บอกว่า… ทำสิ่งที่รักซะ จะได้มีความสุข
ผู้คนต่างบอกว่า… ทำสิ่งที่รัก และจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงาน
กูรูมากมายบอกว่า… ทำสิ่งที่รัก คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

แต่จะมีสักกี่คนที่ตอบได้ว่า…..
ไอ้งานที่รักที่ว่า… มันคืองานอะไร!?

ซึ่งคำตอบที่คุณจะได้รับก็คือ….

“คุณต้องค้นหาด้วยตัวคุณเอง”

….. แม่มโคตรเท่ห์เลยแสรดดดดด

แล้วความจริงล่ะ?… มาอ่านกันครับ….

== ค้นหางานที่รัก ==

ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนพูดมา มันไม่ได้ผิดเลยนะครับ
เพราะไม่มีใครบอกได้หรอกว่างานที่คุณรักคืออะไร
คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะบอกได้ว่างานนั้นคืออะไร

และกระบวนการในการค้นหางานที่รักที่มักจะถูกพูดถึงคือ…

จงออกแบบก่อนว่างานที่คุณรัก จะมีลักษณะอย่างไร?
เช่น งานสบาย ไม่ต้องเจอผู้คน มีเงินเยอะๆ บล้าๆๆๆๆ

หลังจากมีลักษณะงานเหล่านั้นชัดเจนแล้ว
จงมุ่งมั่น และจักรวาลจะจัดสรรและนำพางานที่รักมาให้คุณ

แหมมันทรงพลังขั้นเทพ และมีจิตวิญญาณมากๆ ขอบอก!!!

แต่ไม่ว่าอย่างไร คุณก็ต้องหางานที่รักให้เจอใช่ไหมครับ?
เพราะการทำงานที่รัก จะทำให้คุณมีความสุข สุดๆ ไปเลย!

รู้ได้ไงว่างานไหนคืองานที่รัก?

ผมเองก็เชื่อว่า… ผมก็เป็นคนที่ได้ทำงานที่รักนะ

เพราะทุกวันนี้ งานที่ทำอยู่ มันทำให้ผมสนุกจนลิมเวลา
มันทำให้ผมคิดและจดจ่ออยู่เสมอว่า.. มันจะดีขึ้นได้ยังไง
มันทำให้ผมมีความสุข และมีพลังใจทุกครั้งที่ได้ทำ

และที่สำคัญ…
มันยังช่วยสร้างครอบครัวที่อบอุ่นอีกครอบครัวให้ผมอีกด้วย

ถามว่าผมรู้ได้ไงว่านี่คืองานที่รัก…..

เพราะงานนี้มันทำให้ผมมีชีวิตที่สุขสบายเหรอ?
เพราะงานนี้ทำให้ผมมีเงินเยอะมากๆ หรือเปล่า?
หรือเพราะงานนี้ทำให้ผมเป็นคนเด่นคนดังงั้นเหรอ?

….. ไม่เลยครับ!!! ตอนที่ผมหลงรักงานที่ผมกำลังทำ
เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในหัวผมแม้แต่นิดเดียวด้วยซ้ำ!

และถามว่าผมรู้ได้ยังไงว่านี่คืองานที่รัก?
ผมคงตอบได้สั้นๆ ง่ายๆ ว่า… “เพราะผมรักในงานที่ผมทำไง”

ความลับของความสำเร็จ นับพันปี

มาลองดูคำสอนเรื่องความสำเร็จ
ที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นพันๆ ปีกันครับ

อิทธิบาท 4 หรือเส้นทางสู่ความสำเร็จ 4 ประการ

ข้อที่ 1 – “ฉันทะ” คือ มีความรักในสิ่งนั้น
ข้อที่ 2 – “วิริยะ” คือ มีความเพียร
ข้อที่ 3 – “จิตตะ” คือ มีความตั้งใจทำ
ข้อที่ 4 – “วิมังสา” คือ การไตร่ตรอง มีสติในการทำ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ทรงตรัสว่า
ความสำเร็จจะเกิดขึ้นเมื่อเรามีงานที่เรารัก
แต่มันเริ่มต้นจากการ “รัก” ในงานที่เราทำต่างหาก

สาเหตุที่ผมรู้ว่างานที่ผมทำ คือ “งานที่รัก”
มันก็เริ่มมาจากการที่ผม สนุกกับการทำงานของผม (ความรัก)
แล้วผมก็ทำงานนั้นอย่างต่อเนื่อง (มีความเพียร)
และทุกครั้งที่ทำผมก็จะตั้งใจทำอย่างจริงจัง (ตั้งใจ)

ที่สำคัญที่สุด ผมประเมินการทำงานของผมเสมอ
ยังมีอะไรที่ทำให้ดีได้มากขึ้นอีกไหม?
ผมจะช่วยคนให้ได้มากขึ้นได้ยังไงบ้าง?
ผมไม่หยุดนิ่ง และพัฒนางานของผมให้ดีขึ้นเสมอ
(มีการไตร่ตรอง และมีสติในการทำ)

นั้นแหละที่ทำให้ผมเชื่ออย่างหมดใจว่า
สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่…. คือ “งานที่ผมรัก”

และเมื่อผมมาต่อยอดด้วยสิ่งที่กูรูทั้งหลายบอกไว้
มันทำให้ “งานที่ผมรัก” มันเติบโตได้เร็วมากขึ้นจริงๆ

เพราะผมรู้แล้วว่าผมจะขับเคลื่อนงานที่รัก
ให้มันไปในทิศทางไหนกันแน่

—-

=== อ่านถึงตรงนี้แล้วจะไปต่อยังไง? ===

ถ้ายัง งงๆ อยู่ ผมขอสรุปแบบนี้ครับว่า…
การจะได้เจอ “งานที่รัก” ประกอบด้วย 2 ข้อครับ

ข้อที่ 1. สร้างเหตุจากภายใน

คือการเริ่มต้นด้วยการ “รัก” ในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่
และมองหาคุณค่าของสิ่งที่กำลังทำให้ออกเสียก่อน

คิดจะรักงานที่ทำมันไม่ยากครับ… แค่คุณเลือกมองสิ่งดีๆ
แทนที่จะเอาเวลาและอารมณ์ไปโฟกัสสิ่งที่คุณไม่ต้องการก็พอ

ข้อที่ 2. สร้างผลลัพธ์ในจินตนาการ

การสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการจากจินตนาการ
คือขั้นตอนที่กูรูหลายๆ ท่านได้นำเสนอเอาไว้แล้วนั้นแหละครับ

เขียนบรรยายว่าลักษณะของงานในฝันของคุณเป็นอย่างไร
เพื่อจะกำหนดรูปร่างที่ชัดเจนของงานในฝันนั้นซะ

แล้วคุณจะมีทิศทางที่ชัดเจน สู่การออกแบบงานในฝันของคุณ

** ย้ำชัดๆ อีกครั้ง **

ไม่ใช่ “ต้องได้ทำในสิ่งที่รัก จึงจะเริ่มรักในสิ่งที่ทำ”
แต่ให้ “รักในสิ่งที่ทำ เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่คุณรักจริงๆ”

เป็นกำลังใจให้การเดินทางของคุณนะครับ

‪#‎ถ้าคุณคิดว่าเดินต่อไม่ไหวอย่าลืมว่าคุณยังมีผม‬
‪#‎คุยกับผมได้เสมอนะครับผมขอเป็นกัลยาณมิตรกับคุณ‬

About The Author

Kitti Trirat

Your Freedom, My Passion : ผมมีความฝันและแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพจากภายในใจ ด้วยการสนับสนุนให้พวกเขา ได้เลือกใช้ชีวิตตาม PASSION ที่แท้จริงของพวกเขา