Productive ไม่ใช่การบริหารเวลา - Kitti Trirat

Productive ไม่ใช่การบริหารเวลา

เราไม่มี Productive หรือเราแค่เข้าใจคำว่า Productive ผิดไป?

พอพูดถึงคนที่มี Productive

คุณมีภาพของคนแต่งตัวเนี้ยบ ทำงานกระชับฉับไว ก็ลอยขึ้นมาในหัวเหมือนผมไหมครับ?

ผมนึกถึงภาพของคนที่อ่านหนังสือได้หลายเล่ม

  • คนที่มีตารางเวลาชัดเจนว่าต้องทำอะไรเวลาไหน
  • คนที่นอนน้อย ตื่นเช้ากว่าคนอื่นเพื่อคว้าโอกาส
  • คนที่บริหารธุรกิจได้หลายธุรกิจในวันเดียว
  • คนที่ทำงานหลายอย่างได้ สร้างผลงานเยอะ ๆ

ภาพเหล่านี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมพยายามทำหลายสิ่งหลายอย่างเลยครับ

เนื่องจากงานของผม ต้องทำงานที่ต้องโค้ชชิ่งหรือสอน

ผมจึงพยายามเรียนรู้ให้มาก พยายามทำคลิปให้ Viral จะได้เข้าถึงคนมาก ๆ

ผมพยายามทำหลักสูตรใหม่ พยายามคุยกับคนทั้ง Online และ Offline

ผมจัดตารางประจำวันแน่น ๆ เหมือนที่คุณเคยจัด

ใส่กิจกรรมลงไปในแต่ละช่วงเวลาแบบเน้นจนไม่มีที่หายใจ

เพราะผมต้องทำสิ่งที่คิดว่าดีกับหน้าที่การงานออกมาให้มากที่สุด

แม้จะทำงานออกมาได้หลายอย่าง แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่า ผมมี Productive เลย

แบบไหนเรียกว่า Productive

ความสับสนนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผมได้มีโอกาสเรียนกับที่ปรึกษาชื่อ Darren Hardy

เขาเป็น CEO ของ Success Magazine และได้ทำงานใกล้ชิดกับ CEO คนสำเร็จระดับโลกมากมาย

Darren Hardy สอนว่า…

Productive คือ “การบริหารความคิดไม่ใช่บริหารเวลา”

Productive ไม่ใช่การบริหารเวลา

Photo by Andrea Natali on Unsplash

ช่วงที่ผมคิดว่าการมี Productive คือการบริหารเวลาทำงานให้มาก ๆ

ผมจัดตารางชีวิตแน่นมาก ทั้งการเรียนรู้, การแบ่งปัน, อยากทำงานให้เสร็จหลายสิบชิ้น

แม้จะดูเหมือนดี

แต่ที่จริง

“ผมกำลังหลงทาง”

ผมเน้นแต่การทำให้ได้มาก ๆ จนลืมคิดไปว่า “กำลังทำมันไปเพื่ออะไรและเพื่อใคร?”

ความหมายของ Productive

Productive แปลว่า ประสิทธิผล

“ประสิทธิ์” คือ “ความสำเร็จ”

ส่วน “ผล” คือ “ผลที่เกิดขึ้น”

ประสิทธิผล น่าจะแปลความได้ว่า “การสร้างผลงานซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จที่ทำให้ชีวิตรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป”

ตั้งหลัก เพิ่ม Productive

เมื่อได้หลักคิดมา ผมจึงตั้งหลักใหม่

ก่อนที่ผมจะคิดว่าต้องทำอะไรต่อไปบ้าง

ผมหันกลับมาพูดคุยกับคนที่เคยเรียนกับผมก่อนด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า

“พวกเขาตัดสินใจร่วมงานกับผมเพราะอะไร?”

และคำตอบที่ได้ ก็ทำให้ผมตาสว่าง!!

คนที่ร่วมงานกับผมตัดสินใจร่วมงานกับผมเพราะ “งานที่ผมไม่ได้ทำอยู่ในตอนนี้”

และ งานที่ผมกำลังคิดและทำอยู่ในตอนนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ค่อยอินเท่าไหร่

สิ่งนี้กำลังบอกผมว่า…

งานมากมายที่ผมกำลังพยายามทำนั้น

มันสร้างแต่ผลลัพธ์ แต่ไม่สร้างผลสำเร็จ!

เมื่อได้ยินเสียงสะท้อน ผมก็กลับมาโฟกัสงานที่ผมมองข้ามไปอีกครั้ง

ผลก็คือ…

ผมมีความสุขในการทำงานมากขึ้น คนที่เคยตัดสินใจร่วมงานกับผมก็กลับมามากขึ้น และผมก็มีผู้ร่วมงานคนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผมมีเวลาพักผ่อน มีเวลาเล่นเกม มีเวลานอนดูหนังกับภรรยามากขึ้น

เปลี่ยนนิยามของ Productive

แค่ผมเปลี่ยนจากการเข้าใจว่า

Productive = “การสร้างผลงานมาก ๆ”

เป็น Productive = “การสร้างผลงานที่ตอบโจทย์ชีวิต”

Productive ไม่ใช่แค่การจัดตารางเวลาว่าช่วงไหนต้องทำอะไรบ้าง และต้องทำออกมาให้ได้มาก ๆ

แต่ Productive คือ

“การที่เราบริหารความคิดให้ชัดเจนก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ แล้วก็ใช้พลังงานและเวลาของเราเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ของสิ่งนั้น”

ไม่ต้องเสียเวลาทำสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดีแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราออกไปเสียบ้าง

Productive ของคุณ อาจไม่ได้หมายถึงการนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือบริหารธุรกิจ

แต่ Productive ของคุณ อาจหมายถึงการออกไปทำบุญ สร้างสิ่งดี ๆ ให้สังคม หรือแม้แต่การมีเวลาพักผ่อนกับคนที่คุณรัก

ผมไม่รู้หรอก ว่านิยามคำว่า Productive นี้ มันถูกต้องตามที่สังคมคิดว่ามันควรจะเป็นไหม

แต่การมองเรื่อง Productive ให้สอดคล้องกับโจทย์ชีวิตของแต่ละคนแบบนี้ ก็ดูจะสอดคล้องกับชีวิตของผมดี

หาสิ่งสำคัญให้เจอ

ถ้าต้องการเพิ่ม Productivity ในการทำงานและการใช้ชีวิต

ลองกลับมาตั้งต้นด้วยการตอบคำถามกับตัวเองให้ชัด ๆ ก่อนว่า

“อะไรคือสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ในชีวิตฉัน?”

“อะไรคือสิ่งที่เมื่อทำแล้วจะทำให้ชีวิตฉันเจริญรุ่งเรืองในทิศทางที่ฉันต้องการได้มากยิ่งขึ้น”

คัดสิ่งที่สอดคล้องเอาไว้ ตัดสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์นั้นออกไปจากชีวิตบ้าง แล้วค่อยมาจัดตารางเวลาว่าควรจะต้องทำอะไรในภายหลัง ก็ไม่สายเกินไปหรอกครับ

เพราะ Productive ไม่ใช่การบริหารเวลาเพื่อจะได้ทำทุกสิ่ง แต่เป็นการบริหารความคิดเพื่อจะทำบางสิ่งที่สำคัญ

 

ติดตามผมผ่านช่องทางอื่นที่:
Facebook > Kitti Trirat
YouTube > Kitti Trirat
Podcast > Kitti Trirat

** หากต้องการรับแจ้งเตือนบทความใหม่ทาง email สามารถกรอกอีเมล์ในช่องลงทะเบียนด้านล่างสุดของบทความนี้นะครับ 

Resource:
Photo by Marvin Meyer on Unsplash
Photo by Andrea Natali on Unsplash

Kitti Trirat

Self-Leadership Facilitator: การสนับสนุนให้ผู้คนค้นพบแสงสว่างทางปัญญา เพื่อที่จะนำตนเองให้มีชีวิตที่ดี (Live Well) และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้น (Help More) คือแรงบันดาลใจในการมีชีวิตของผม

>