หลุมพราง ที่ทำให้เราไปไม่ถึงความสำเร็จ - Kitti Trirat

หลุมพราง ที่ทำให้เราไปไม่ถึงความสำเร็จ

มีข้อสังเกตหนึ่ง ที่ผมพบเวลาที่คนแบ่งปันถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองก็คือ…

แม้จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิต

แต่มันมักจะพ่วงท้ายมาด้วยข้อความว่า… “ดีขึ้นมาแค่นิดนึง” “แต่เรื่อง…พังมาก” “ดีขึ้นนะ แต่ก็ไม่ได้เต็ม 100%”

(อันนี้ไม่นับรวมคนที่เขียนนำเสนอแต่ด้านดี แต่จริง ๆ เบื้องหลังรู้สึกพังพินาศ ซึ่งเขาไม่ได้เขียนบอกนะครับ)

ข้อความเหล่านี้ ได้พาผมย้อนกลับไปสมัยที่ผมเริ่มพัฒนาตัวเองใหม่ ๆ

ใคร ๆ ก็ต้องการความสำเร็จ

ผมเองก็ต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อยากดูแลคนที่รัก อยากมีอนาคตที่ดี

ผมจึงขวนขวายตามหาการเรียนรู้ เพื่อพาผมไปยังจุดหมายปลายทางนั้น

หากคอร์สไหนที่มีรายละเอียดเชิญชวนว่า…

“นี่คือคำตอบสุดท้าย” “นี่คือวิธีการที่พิสูจน์มาแล้ว” “การันตีผลลัพธ์ 100%” ฯลฯ

หรือหากเขาเขียนอะไรก็ตาม ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า…

“จะสำเร็จได้ง่าย ๆ ทันที หลังจากเรียนคอร์สนี้จบแล้ว”

ผมจะพุ่งไปหามัน!

 

ความจริงไม่ได้เป็นดั่งฝัน

ประมาณ 8 ใน 10 ของคำการันตีเหล่านั้น ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงกับผมเลย ส่วนอีก 2 ที่ได้ผลนั้น มันก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราว!

มี 2 สิ่งที่ผมทำต่อจากนั้นก็คือ…

  1. โทษตัวเองว่าฉันมันห่วย ได้วิธีมาแล้วก็ยังทำไม่ได้
  2. มองหาทางเลือกใหม่ จ่ายแพงกว่าเดิม เพราะหวังผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดได้ง่ายขึ้น

วงจรเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง!

 

เต้นรำตามจังหวะชีวิต

แต่ชีวิตผมก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อได้พบกับอาจารย์ชื่อ Janet Attwood

เธอเป็นนักเขียน New York Time bestseller เจ้าของผลงานหนังสือ “The Passion Test”

เธอสอนให้ผมรู้จักกับ…

“การเต้นรำกับจังหวะของชีวิต”

ทุกก้าวที่เราก้าว คือการเต้นไปตามจังหวะของชีวิต

บางครั้งต้องก้าวไปข้างหน้า
บางครั้งต้องก้าวไปข้าง ๆ
บ้างครั้งต้องก้าวไปข้างหลัง
บ้างครั้งเราก็ต้องหยุดเฉย ๆ

มันช่วยให้ชีวิตของผมผ่อนคลายมากขึ้น

ไม่เร่งเร้าให้บางสิ่งที่ยังไม่ถึงจังหวะ ให้ต้องเกิดในทันที
ไม่หย่อนยานกับการเอาแต่รอ แล้วหวังว่ามันจะดีขึ้น

แต่หันมาชื่นชมยินดี กับทุก ๆ จังหวะชีวิตที่กำลังดำเนินอยู่

  • เมื่อมีงาน ก็เป็นจังหวะของการออกไปสนุกกับงาน
  • เมื่อไม่มีงาน ก็เป็นจังหวะของการกลับมาทบทวนตนเอง
  • เมื่อทำได้ตามต้องการ ก็เป็นจังหวะของการเฉลิมฉลอง
  • เมื่อทำไม่ได้ตามต้องการ ก็เป็นจังหวะของการได้เรียนรู้

ผมคลาย “ความกดดันให้เป็นดังหวัง” ลง
และ “ชื่นชมยินดีกับทุกจังหวะชีวิต” มากขึ้น

จุดนี้เอง ที่ทำให้ผมเติบโตอย่างมีความสุขได้มากกว่าแต่ก่อน!

 

ถูกหลอกเพราะมุมมองที่ผิดเพี้ยน

ที่ผมเคยบอกว่าเรียนไป 10 แล้วไม่ได้อะไร อันที่จริงมันเป็นเพียงมุมมองที่ผิดเพี้ยน

เพราะคาดหวังกับผลลัพธ์บางอย่างมากเกินไป!

จนทำให้มองไม่เห็น “การเรียนรู้” และ “ความเติบโต”
ที่เกิดขึ้นจากการพาตัวเองไปเรียนในคอร์สเหล่านั้น

แม้มันจะไม่ได้สร้างผลลัพธ์ให้ผม 100% อย่างที่หวังในตอนแรก
แต่มันก็ทำให้ผมค่อย ๆ เคลื่อนที่ละ 1% จนมาถึงจุดนี้

เพราะการรอชื่นชมยินดี แต่เฉพาะการไปถึงจุด 100%
จึงทำให้ผมมองไม่เห็นคุณค่าของการเดินทาง 99% ที่ผ่านมา

 

หลุมพรางที่ทำให้ไม่สำเร็จ

ผมก็ไม่รู้หรอก ว่าคนที่เขียนว่า “ดีขึ้นมาแค่นิดนึง” “เรื่อง…พังมาก” “ดีขึ้นนะ แต่ก็ไม่ได้เต็ม 100%”

กำลังคาดหวังกับชีวิตมากเหมือนที่ผมเคยเป็นหรือเปล่า?!

แต่ถ้าหากใช้ ผมก็หวังว่า…

“เขาจะได้มีโอกาสเต้นรำอย่างสนุกสนาน ตามจังหวะชีวิตในอนาคตอันใกล้”

ไม่ติดอยู่ในหลุมพรางของ “ความคาดหวัง” จนทำให้มองไม่เห็น “การเติบโต” ที่กำลังเกิดขึ้น

 

ชีวิตนั้นงดงาม

“อันที่จริงชีวิตนั้นอาจงดงาม มีท่วงทำนอง และมีจังหวะที่ลงตัว แต่ความคาดหวังที่จะให้ทุกอย่างมันสมบูรณ์ อาจเป็นหลุมพรางที่ทำให้มนุษย์หลงลืมความสวยงามของจังหวะชีวิตไป”

ลองเปลี่ยนมุมมอง…

จากมุมที่คาดหวังให้ทุกอย่างมันต้องดี
เป็นมุมที่สังเกตเห็นและชื่นชมกับทุก ๆ ก้าว

ที่จริงคุณไม่ได้กำลังเดินถอยหลังหรือแม้แต่ก้าวไปข้างหน้าหรอก
คุณแค่กำลังเต้นรำและเติบโตไปตามท่วงทำนอง

ของสิ่งที่เรียกว่า…

“ชีวิต”

>