4 ขั้นตอน ในการตั้งเป้าหมายให้ดึงดูดความสำเร็จ - Kitti Trirat

4 ขั้นตอน ในการตั้งเป้าหมายให้ดึงดูดความสำเร็จ

สำหรับบทความนี้ ผมจะแบ่งปันเทคนิคในการตั้งเป้าหมาย
ที่ผมใช้จริงกับตัวเองในช่วงปี 2558 ซึ่งถือเป็นปีที่ชีวิตผม
เปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

เพราะเป้าหมายที่ผมได้เขียน มันได้กำหนดทิศทาง
ที่ทำให้ผมได้ไปร่วมงานกับบุคคลระดับโลก
เจ้าของผลงาน New York Time Bestseller
ผู้เป็นอาจารย์ของ รอนด้า เบิร์น ผู้สร้าง The Secret อีกด้วย!! 

แต่ก่อนที่จะไปเรียนรู้วิธีการเขียน ผมอยากชวนให้คุณ
ได้เห็นความสำคัญของการเขียนเป้าหมายซะก่อนครับ

ทำไมเป้าหมายถึงสำคัญนัก?

มาลองดู VDO นี้สิครับ ผมอยากให้คุณลองนับว่าทีมสีขาว ได้ทำการส่งลูกบาสกันทั้งหมดกี่ครั้ง?

เป็นไงครับ คุณนับได้กี่ครั้ง? และคุณพลาดอะไรไปหรือเปล่า?

นี่แหละครับ คือความสำคัญของการมีเป้าหมาย
เพราะเป้าหมายจะช่วยให้คุณมองเห็น ในสิ่งที่คุณต้องการยังไงล่ะครับ

และในขนะเดียวกัน การมีเป้าหมายที่ชัดเจน
ก็จะช่วยตัดสิ่งที่คุณไม่ต้องการออกไปจากสายตาคุณอีกด้วย…

เจ๋งไปเลยจริงไหมล่ะครับ?

เอาล่ะครับ เมื่อคุณรู้แล้วว่าการตั้งเป้าหมายมันเจ๋ง
ทีนี้เรามาดูวิธีการในการตั้งเป้ากันเลยดีกว่าครับ

4 ขั้นตอน ในการตั้งเป้าหมายให้ดึงดูดความสำเร็จ

4 ขั้นตอนการตั้งเป้าหมาย ที่จะทำให้คุณสำเร็จอย่างรวดเร็ว?

วิธีการในการตั้งเป้าหมายนี้ เป็นเทคนิคที่ผมได้เรียนรู้จาก Brendon Burchard
ซึ่งได้พูดเอาไว้ใน VDO ที่มีชื่อว่า How NOT to Set Goals (Why S.M.A.R.T. goals are lame)

ซึ่ง Brendon ได้สอนเทคนิคในการตั้งเป้าหมายแบบ DUMB Goals หรือ เป้าหมายโง่ๆ เอาไว้
และ D.U.M.B. Goal Setting ถูกแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้…

ขั้นที่ 1 – Dreams เขียนความฝันของคุณลงไป

ชีวิตในฝันของคุณ มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร?
ชีวิตแบบไหนที่เมื่อคุณจะรู้สึกตื่นเต้น และกระตือรือร้นที่จะคว้ามันมาครอง?

30-Years-1-Page-1000

เขียนความฝันที่ใช่ของคุณ ลงไปในกระดาษครับ
นี่คือจุดเริ่มต้นแรก ของการดึงดูดความสำเร็จ

เริ่มต้นจากความฝัน ฝันคุณคืออะไร ทำไมฝันนี้ถึงสำคัญกับคุณ
แล้ววิธีการที่คุณยังมองไม่เห็นมันจะปรากฏขึ้นมาเอง!!

ให้ความฝัน… ขับเคลื่อนและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของคุณ

TIPS: เขียนความฝันของคุณให้อยู่ในรูปของประโยคปัจจุบัน
คุณอาจเขียนเป็นลักษณะของการบรรยาย ซึ่งจะทำให้คุณ
รู้สึกเหมือนไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว และได้สัมผัสมันแล้วจริงๆ

ที่สำคัญ อย่าตีกรอบความฝันของตัวเอง!!!
ตอนที่ผมเขียนภาพฝันของผม ผมยังไม่รู้เลยครับ
ว่ามันจะเป็นจริงไปได้ยังไง…. แต่ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ผมคิดซะอีก

ขั้นที่ 2 – Uplifting ยกระดับชีวิต

คุณจะยกระดับชีวิตไปในทิศทางไหน?
คุณต้องการให้อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตคุณ?

photo-1427348693976-99e4aca06bb9

หลังจากที่คุณได้เขียนความฝันของคุณไปแล้ว
คราวนี้ถึงเวลาเขียนถึงสิ่งที่คุณต้องการให้ชัดเจนลงไปอีก
เขียนถึงสิ่งที่คุณเชื่อว่า “มันจะเป็นเส้นทางไปสู่ชีวิตในฝันของคุณ!”

คล้ายๆ กับการทำฝันของคุณให้มันชัดเจนขึ้นนั้นแหละครับ

ตัวอย่างเช่นของผมเอง หลังจากเขียนความฝันแล้ว
Uplifting บางส่วนของผมก็คือ…..

* ได้ร่วมงานกับกูรูระดับโลก
* สอนและแบ่งปันความรู้ ให้กับคนนับล้านทั่วโลก
* มีความสุข และสงบ กับทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสมอ
* ได้เป็น นักเขียน Bestseller ระดับโลก
* มีรายได้หลายช่องทาง มีรายได้จากการทำสิ่งที่รัก
ฯลฯ

TIPS: เขียนถึงสิ่งที่คุณต้องการเท่านั้น
ใช้ข้อความที่เวลาคุณอ่าน แล้วมีไฟ มีพลัง
และอย่าลืมเขียนให้มันเชื่อมโยง กับความฝันของคุณด้วยนะครับ

ขั้นที่ 3 – Method เลือกวิธีการ

เมื่อคุณรู้ชัดเจนว่าความฝัน คืออะไร
และก็ได้กำหนดทิศทางแล้วว่าจะยกระดับชีวิตไปทางไหน

ขั้นที่ 3 คือการเลือกวิธีการ และทักษะที่คุณจะต้องฝึกฝนจนชำนาญ
เพราะความสำเร็จ คือผลลัพธ์สำหรับคนที่มีของเจ๋งๆ เท่านั้น

ทักษะอะไรบาง ที่คุณจะต้องฝึกฝน เพื่อจะทำให้ฝันคุณเป็นจริง

ตัวอย่างเช่น ผมจะฝึกเขียน Copywriting ทุกเดือน เดือนละอย่างน้อย 1 ครั้ง
* เลือกเรียนรู้กับกูรูเจ๋งๆ ที่ผมเลือกแล้วเท่านั้น และตัดคนที่ไม่ใช่ออกไปก่อน
* ในทุกๆ เดือนผมจะเขียนสรุปบทเรียนชีวิต เพื่อติดตามความก้าวหน้า
* เขียนบทความให้โดนๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 บทความ
* นำความรู้ด้าน Internet Marketing มาใช้ในงานเทรนนิ่งของผม
ฯลฯ

TIPS: เขียนสิ่งที่คุณจะฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน
เป้าหมายของการเขียน “วิธีการ” ก็คือ
“การเพิ่มทักษะที่จำเป็นให้ตัวคุณเอง”

 

ขั้นที่ 4 – Behavior ฝึกนิสัยใหม่

ขั้นตอนที่ 4 นี้ ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญ
ของการตั้งเป้าหมายแบบ DUMB เลยนะครับ

เพราะว่า “นิสัย” คือ รากฐานของทุกๆ ผลลัพธ์ในชีวิตยังไงละครับ

ในขั้นนี้ให้คุณเขียนถึง นิสัยที่คุณต้องการฝึกฝน
นิสัย ที่มันจะสนับสนุนให้คุณบรรลุทุกๆ เป้าหมายของคุณ!!

เช่น… ผมต้องฝึกนิสัยโฟกัส ถึงความฝันที่ชัดเจนอยู่เสมอ
ผมต้องฝึกนิสัยการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ผมจะฝึกนิสัยของการเป็นคนใจเย็น และนิ่งสงบ

แต่แน่นอนว่าในการฝึกนิสัยใหม่ๆ ตอนแรกๆ นั้นมันจะอึดอัด
เพราะว่า สมองของเรามันยังไม่คุ้นชินกับทางเลือกใหม่ๆ

ดังนั้น Brendon จึงแนะนำให้ เขียนถึงนิสัยที่เราจะฝึกนี้
ให้เชื่อมโยงกับกิจกรรมประจำวันที่เราทำเป็นปกติอยู่แล้ว

เช่น ทุกเช้าที่ตื่นนอน ฉันจะกล่าวขอบคุณ และนั่งสมาธิรักษาใจเป็นอันดับแรก

* ตอนที่ฉันยืนอยู่หน้ากล้อง VDO หรือตอนอัดเสียง ฉันจะตอกย้ำกับตัวเองในใจว่า..
“ฉันมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ออกมาอย่างดีที่สุด เต็มที่ที่สุด เพื่อผู้ชมทุกคน”
* เมื่อฉันนั่งลงหน้า Computer ฉันถามตัวเองว่า… “สิ่งสำคัญที่ฉันต้องทำให้เสร็จคืออะไร?”
* ทุกครั้งที่ฉันได้พบหรือคุยกับพ่อแม่ ฉันจะบอกรัก และกอดท่านเสมอ
* ฉันมีเงินเข้า ฉันจะแบ่งเงิน 10% เพื่อออมทันที
ฯลฯ

การฝึกฝนเชื่อมโยงนิสัยใหม่ กับกิจกรรมเดิมๆ
มันจะช่วยทำให้คุณเปลี่ยนกิจกรรมเดิมๆ นั้น
ให้เป็นตัวกระตุ้น หรือตัวตอกย้ำ ให้คุณฝึกนิสัยใหม่ได้เร็วๆ ยังไงล่ะคร๊าบบบ

TIPS: ระบุนิสัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบรรลุเป้าหมายของคุณ
และมองหาวิธีการที่จะเชื่อมโยงนิสัยใหม่ กับกิจกรรมที่คุณทำเป็นปกติ

สรุป 4 ขั้นตอนอีกครั้ง

D.U.M.B. Goal Setting

1. Dream เริ่มต้นจากความฝัน
2. Uplifting กำหนดสิ่งที่ยกระดับชีวิต
3. Method เลือกวิธีการที่เหมาะสม
4. Behavior ฝึกฝนนิสัยที่ดี เพื่อรากฐานที่มั่นคง

หัวใจสำคัญของการดึงดูดความสำเร็จ

ท้ายที่สุดไม่มีความสำเร็จใด เกิดขึ้นได้โดยปราศจากการลงมือทำ
ถ้าเขียนแล้วก็เก็บลืมเอาไว้ในสมุด หรือกองกระดาษ ไม่เคยเอามาใช้
วิธีการเขียนเป้าหมายที่โคตรเจ๋งขนาดไหน ก็ไม่มีวันทำให้คุณประสบความสำเร็จหรอกครับ

อ่านจบแล้ว > เอาไปเขียน > ลงมือทำ > และเอาผลลัพธ์มาสร้างแรงบันดาลใจกันนะครับ

แม้ว่าผลลัพธ์ที่ดูยิ่งใหญ่ อาจดูไกลเกินเอื้อมของคนทั่วไป
แต่สำหรับคนที่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ ก็ไม่มีฝันไหน ที่จะใหญ่เกินกว่าจะคว้ามาครอบครอง

Kitti Trirat

Self-Leadership Facilitator: การสนับสนุนให้ผู้คนค้นพบแสงสว่างทางปัญญา เพื่อที่จะนำตนเองให้มีชีวิตที่ดี (Live Well) และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้น (Help More) คือแรงบันดาลใจในการมีชีวิตของผม

  • Boonyakan Chuayboonya says:

    เดี๋ยวจะลองเอาไปทำดูน่ะครับ ขอบคุณมากครับ

  • Rakthum says:

    อ่านแล้วชอบมากเลยครับ ขอบคุณมากครับ

  • >