เมื่อไฟในการวิ่งดับลง - Kitti Trirat

เมื่อไฟในการวิ่งดับลง

สัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าสู่เดือนมีนาคม
ผมไม่ได้หยิบรองเท้า หรือพยายามที่จะลุกไปวิ่งเลย

อยู่ดี ๆ ความกระหายในการวิ่ง
ก็บอกลาจากไปโดยไม่เตือนกันล่วงหน้า

ผมตั้งคำถามในใจว่า….
“ปัญหามันเกิดจากอะไร?”

พอผมตั้งคำถามแบบนั้น คำตอบที่ได้ก็คือ…

“ผมเปรียบเทียบผลลัพธ์ของตัวเองกับคนอื่นหรือเปล่า?”
“ผมเป็นคนไม่จริงจังใช่ไหม?”
“ผมเป็นคนที่ล้มเหลวเพราะชอบล้มเลิกหรือเปล่า?”
“การวิ่งที่ผ่านมาของผมมันผิด และมีปัญหาไหม?”
“ผมคาดหวัง กดดันตัวเองเกินไปหรือเปล่า?”
“ผมไม่มีสติและสามารถควบคุมตัวเองได้ใช่ไหม?”

สารพันเหตุผล พรั่งพรูเข้ามา
อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เหมือนถูกสึนามิ ซัดต่อกัน 10 ลูก

ตั้งสติ!

แต่เมื่อผมนั่งลงนิ่ง ๆ
สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกช้า ๆ

จนความคิดเริ่มสงบ
เสียงจากภายในก็ถามขึ้นว่า…

“แล้วการไม่วิ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา มันเป็นปัญหาตรงไหน?”

แล้วพอทบทวนดูอีกที

การไม่ได้วิ่ง มันก็หมายความว่า “ผมไม่ได้วิ่ง”

แค่นั้นเองนี่หว่า!! ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย

ชีวิตมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร!!

และอาทิตย์ที่ผ่านมา

ผมก็ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
ได้พักผ่อนมากขึ้น ได้นอนเร็วขึ้น
ได้พาครอบครัวไปสักการะรอยพระพุทธบาท
ได้ไปทำบุญ กินข้าว หัวเราะเฮฮากันบ้าง

มันก็เป็นอาทิตย์ที่ดีมาก อาทิตย์หนึ่ง!

หรือ ไฟมันไม่ได้ดับไป?

ที่จริงแล้วไฟในการวิ่งผมไม่ได้ดับลง
แต่ไฟในการพักผ่อนมันลุกโชนขึ้นต่างหาก

และเมื่อผมได้พักอย่างเต็มที่แล้ว
เดือนมีนาคมนี้ ผมก็พร้อมสำหรับ “การวิ่ง” ครั้งต่อไป!!

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เช็คผลการวิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ผมก็มีแรงกลับมาฮึดอักครั้ง!!

เมื่อไฟในการวิ่งดับลง

เมื่อไฟในการวิ่งดับลง

แม้อันดับของผมจะตกลงจากเดือนที่แล้ว แต่ระยะวิ่งรวมของผมในช่วง 21 วัน ก็เพิ่มขึ้นจาก 74.97 กิโลฯ ในเดือนมกราคม เป็น 81.01 กิโลฯ ในเดือนกุมภาพันธ์

ถือว่าดีมากทีเดียวสำหรับคนที่พึ่งจะเริ่มวิ่งอย่างต่อเนื่องเมื่อเดือน มกราคม ที่ผ่านมา!!

มีปัญหา หรือ มโนปัญหาขึ้นมาเอง?

จากการทบทวนในเหตุการณ์นี้ ผมก็ย้อนกลับไปพิจารณาถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกินขึ้น

ผมก็พบว่า… หลายต่อหลายครั้ง ที่ถ้าพิจารณาจริง ๆ แล้ว ชีวิตมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แต่เป็นตัวผมเองที่เริ่มเอาความคิด เอาจิตใจ หรือสายตา ไปมองหา “ปัญหา” ที่มันไม่ได้มีอยู่จริง!!

แต่พอผมมองหามัน และสร้างเริ่มราวขึ้นมาประกอบเป็นมัน… “การมีปัญหาก็ดูเป็นเรื่องที่มีเหตุผลขึ้นมาทันที”

การที่อาทิตย์ที่ผ่านมาผมไม่ได้วิ่ง จริง ๆ มันก็แค่ ช่วงนั้นผมไม่ได้วิ่ง

การที่บางครั้งผมไม่ได้มีพลังโฟกัสขั้นเทพ จริง ๆ มันก็แค่ ในช่วงนั้นผมไม่ได้โฟกัส

การที่ผมขี้เกียจและไม่ทำตามแผนที่วางเอาไว้ จริง ๆ มันก็แค่ ในตอนนั้นผมไม่ได้ทำตามแผนและขี้เกียจ

แต่… “มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตผม”

หรือพูดง่าย ๆ คือ… ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นตลอดเวลา!!

มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และแน่นอน ในที่สุดมันก็ผ่านไป!

จะไล่ หรือ จะกอด?

ความทุกข์ มันเกิดขึ้นกับเราได้เสมอ ในหลาย ๆ สถานการณ์ แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะดูเหมือนไม่มีเหตุผลใด ที่จะต้องมีความทุกข์ก็ตาม

หากมันเป็นแบบนี้ และเราต้องพบกับมันในหลาย ๆ โอกาสแล้ว

แทนที่เราจะพยายาม “ขับไสไล่ส่งมัน”
จะเกิดอะไรขึ้นหากเราเรียนรู้ที่จะ “อยู่กับมันให้เป็น?”

เพราะเมื่อเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันบ้างในบางจังหวะของชีวิต

เราอาจจะพบว่า “ความคิดที่อาจทำให้เกิดทุกข์” ซึ่งเกิดขึ้นชั่วคราวนี้

ช่างเป็นครูที่น่าชื่นชมอย่างแท้จริง
เพราะคอยมาเตือนให้เรามีสติในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

และช่วยให้เราเติบโต และสามารถสงบได้ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม

ถึงตรงนี้ ผมไม่มีคำตอบว่าอะไรดีที่สุดให้

แต่ผมฝากคำถามนี้เอาไว้ ให้คุณได้คิดทบทวนและเลือกคำตอบที่เหมาะสมกับคุณด้วยตัวเอง

“คุณจะพยายามขับไล่ทุกความคิดที่ทำให้เกิดทุกข์ หรือคุณจะเลือกโอบกอด เรียนรู้ และเติบโต จากความคิดที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว?”

ขอให้ Enjoy กับทางเลือกของคุณครับ

#KittiLifeLessonOfTheWeek
#KittiRunningJourney #Feb2019 #21DayChallenge
#โค้ชกิตติ กระบวนกรผู้ส่งมอบแสงสว่างทางปัญญา

Kitti Trirat

Self-Leadership Facilitator: การสนับสนุนให้ผู้คนค้นพบแสงสว่างทางปัญญา เพื่อที่จะนำตนเองให้มีชีวิตที่ดี (Live Well) และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้น (Help More) คือแรงบันดาลใจในการมีชีวิตของผม

>